AERZEN Thailand

tcfd-vs-cdp-compressed-air-emissions-disclosure

เขียนโดย Paradorn Wannasung · Master’s in Marketing Communication · AERZEN Rental Thailand

ตามที่ AERZEN ออกแบบมาตั้งแต่ปี 1864 ระบบอากาศอัดที่ใช้พลังงานสูงถือเป็นหนึ่งในแหล่งการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ใหญ่ที่สุดในกระบวนการผลิต — และปัจจุบันผู้บริหารด้านความยั่งยืนเริ่มถูกกดดันจากสองทิศทางพร้อมกัน: กรอบ TCFD (Task Force on Climate-related Financial Disclosures) จาก IFRS Foundation และแบบสอบถาม CDP (Carbon Disclosure Project) จากนักลงทุนสถาบัน บทความนี้ไม่ใช่การสรุปแบบผิวเผิน — แต่เป็นคู่มือปฏิบัติว่าทีม EHS ของโรงงานไทยควรจัดการข้อมูลการใช้พลังงานจากระบบอากาศอัดเพื่อรองรับการรายงานทั้งสองกรอบได้อย่างไร

ทำไมระบบอากาศอัดจึงต้องถูกนับเป็นส่วนหนึ่งของการรายงาน

ระบบ blower และ compressor ในโรงงานอุตสาหกรรมขนาดกลาง-ใหญ่มักกินพลังงานไฟฟ้า 15–40% ของการใช้พลังงานรวมทั้งโรงงาน ซึ่งหมายความว่าค่า Scope 2 emissions ส่วนสำคัญมาจากระบบนี้โดยตรง

หากโรงงานใช้ไฟฟ้าจาก grid ของประเทศไทย ค่า emission factor อยู่ที่ประมาณ 0.5765 kgCO₂e/kWh (Thailand Greenhouse Gas Management Organization — TGO, Grid Emission Factor 2022, — verified 2026-05-08)

ตัวอย่าง: โรงงานที่ใช้ compressor 250 kW รันเต็มโหลด 6,500 ชั่วโมงต่อปี:

  • พลังงานที่ใช้: 250 × 6,500 = 1,625,000 kWh/ปี
  • การปล่อย Scope 2: 1,625,000 × 0.5765 = 936,813 kgCO₂e ≈ 937 tCO₂e/ปี
  • ตัวเลขนี้ไม่ใช่ตัวเลขเล็กน้อย — เทียบเท่ากับปริมาณ CO₂ ที่รถยนต์ส่วนบุคคลประมาณ 200 คันปล่อยออกมาตลอดหนึ่งปี

    TCFD กับ CDP — ความต่างที่ EHS Team ต้องรู้

    TCFD: กรอบรายงานความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ

    TCFD ออกแบบมาเพื่อให้นักลงทุนและผู้ให้กู้เงินเข้าใจความเสี่ยงและโอกาสทางการเงินที่เกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศที่บริษัทเผชิญอยู่ กรอบนี้แบ่งออกเป็น 4 เสาหลัก:

  • Governance — คณะกรรมการและผู้บริหารมีบทบาทอย่างไรในการกำกับดูแลความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ
  • Strategy — ความเสี่ยงและโอกาสด้านสภาพภูมิอากาศส่งผลต่อกลยุทธ์และแผนการเงินอย่างไร
  • Risk Management — กระบวนการระบุ ประเมิน และจัดการความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ
  • Metrics and Targets — ตัวชี้วัดและเป้าหมายที่ใช้วัดความเสี่ยงและโอกาส
  • แหล่งอ้างอิง: IFRS Foundation TCFD Recommendations, — verified 2026-05-08

    สำหรับระบบอากาศอัด ข้อมูลที่ TCFD ต้องการมักเน้นไปที่:

  • ปริมาณการปล่อย Scope 1, 2 รวมทั้งหมด
  • สัดส่วนพลังงานหมุนเวียนในระบบผลิต
  • แผนการลดการใช้พลังงานในกระบวนการที่พลังงานเข้มข้น (energy-intensive processes)
  • CDP: แบบสอบถามที่ต้องการข้อมูลเชิงลึกกว่า

    CDP เป็นแบบสอบถามรายปีที่นักลงทุนสถาบันและลูกค้า B2B ใหญ่ส่งมาให้บริษัทตอบ CDP แบ่งออกเป็น 3 module หลัก: Climate, Water Security และ Forests

    ในส่วน Climate ข้อมูลที่ CDP ต้องการจากระบบพลังงาน-อากาศอัดมีความละเอียดกว่า TCFD:

    | CDP Question Category | ข้อมูลที่ต้องการ |
    |—|—|
    | C6 — Emissions data | ข้อมูล Scope 1, 2, 3 แบ่งตาม facility |
    | C4 — Targets and performance | เป้าหมายลด Scope 2 เป็น % พร้อม baseline year |
    | C11 — Carbon pricing | มีการตั้งราคาคาร์บอนภายในองค์กรหรือไม่ |
    | C8 — Energy | กิโลวัตต์ชั่วโมงที่ใช้แบ่งตาม source + ค่า intensity |

    แหล่งอ้างอิง: CDP Climate Change Questionnaire 2024, — verified 2026-05-08

    วิธีนับ Emissions จากระบบ Blower และ Compressor ตามมาตรฐาน GHG Protocol

    ก่อนเปิดเผยข้อมูลต้องวัดก่อน การวัดที่ถูกต้องตาม GHG Protocol Corporate Standard ทำได้ดังนี้:

    Scope 2 — ไฟฟ้าที่ซื้อเพื่อใช้ระบบอากาศอัด

    Scope 2 Emissions (tCO₂e) = [กำลังไฟฟ้าเฉลี่ยที่ใช้จริง (kW)] × [ชั่วโมงการทำงาน/ปี] × [Emission Factor (kgCO₂e/kWh)] ÷ 1,000

    ค่า Emission Factor ของประเทศไทย (Grid Average 2022): 0.5765 kgCO₂e/kWh ตาม TGO

    ตัวอย่างการคำนวณ (TEACHING_SAMPLE — ข้อมูลโรงงานสมมติ):

    โรงงานบำบัดน้ำเสียที่ใช้ blower 3 ตัว ขนาด 75 kW แต่ละตัว รันที่ load factor เฉลี่ย 80% ตลอด 8,000 ชั่วโมง/ปี:

  • กำลังไฟฟ้าที่ใช้จริง: 3 × 75 × 0.80 = 180 kW
  • พลังงานรวม: 180 × 8,000 = 1,440,000 kWh/ปี
  • Scope 2 Emissions: 1,440,000 × 0.5765 ÷ 1,000 = 830 tCO₂e/ปี
  • หากโรงงานนี้เปลี่ยนมาใช้ blower รุ่นใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น 25% load factor ลดเหลือ 60%:

  • กำลังไฟฟ้าที่ใช้จริงใหม่: 3 × 75 × 0.60 = 135 kW
  • พลังงานรวมใหม่: 135 × 8,000 = 1,080,000 kWh/ปี
  • Scope 2 Emissions ใหม่: 1,080,000 × 0.5765 ÷ 1,000 = 623 tCO₂e/ปี
  • ลดลง: 830 − 623 = 207 tCO₂e/ปี (ลดลง 24.9%)
  • การลดลงนี้สามารถรายงานใน CDP C4 (Targets and performance) ในฐานะ emission reduction initiative ได้โดยตรง

    ระบบ Oil-Free กับการรายงาน CDP: ประโยชน์ที่หลายทีม EHS มองข้าม

    บริษัทที่ใช้ระบบ oil-free blower หรือ compressor มีข้อได้เปรียบในการรายงาน CDP ที่ไม่ค่อยถูกพูดถึง:

    1. ลด Scope 1 ทางอ้อม ระบบ oil-lubricated compressor มีความเสี่ยง VOC (Volatile Organic Compounds) emissions จากน้ำมันที่ระเหย ซึ่งในบางกรณีต้องรายงานเป็น Scope 1 (fugitive emissions) ระบบ oil-free ขจัดความเสี่ยงนี้

    2. ลดความเสี่ยงด้าน Waste / Chemical Management น้ำมัน compressor ที่ใช้แล้วจัดอยู่ในหมวด hazardous waste ที่ต้องรายงานใน CDP Water/Forests sections ในบางกรณี การไม่มีน้ำมันทำให้ footprint ในส่วนนี้เป็นศูนย์

    3. สร้าง narrative ที่แข็งแกร่งสำหรับ TCFD Strategy section การลงทุนในระบบ oil-free air (ไม่ว่าจะเป็น rental หรือ CAPEX) สามารถนำเสนอเป็น “climate transition plan” ในส่วน Strategy ของ TCFD ได้อย่างน่าเชื่อถือ

    กรณีศึกษา: โรงงานอิเล็กทรอนิกส์เตรียมรายงาน CDP ด้วยข้อมูลระบบ Blower (TEACHING_SAMPLE)

    โรงงานผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ในเขต EEC (ข้อมูลสมมติเพื่อการสอน — TEACHING_SAMPLE) ได้รับแบบสอบถาม CDP จาก key customer รายใหญ่ในญี่ปุ่นในปี 2024 ทีม EHS มีเวลา 60 วันในการรวบรวมข้อมูล

    ขั้นตอนที่โรงงานดำเนินการ:

  • Inventory ระบบอากาศอัดทั้งหมด — รวม compressor และ blower ทุกตัว บันทึก rated power, load factor จริง, ชั่วโมงทำงาน
  • คำนวณ Scope 2 ตาม TGO emission factor
  • เก็บ meter reading รายเดือน 12 เดือนย้อนหลัง เพื่อให้ data มี audit trail
  • เปรียบเทียบกับ baseline year (ปีก่อนหน้า) เพื่อแสดง trend
  • ตั้ง target ลด Scope 2 จากระบบอากาศอัด 15% ภายใน 3 ปี โดยการเปลี่ยนเป็นระบบ oil-free แบบ rental ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น
  • ผลลัพธ์: โรงงานตอบ CDP C6 และ C8 ได้ครบถ้วน และได้รับคะแนน CDP ระดับ “B” ในการรายงานครั้งแรก

    Checklist สำหรับ EHS Team — เตรียมข้อมูลระบบอากาศอัดก่อนรายงาน TCFD/CDP

  • [ ] รวบรวม nameplate power (kW) ของ blower/compressor ทุกตัว
  • [ ] บันทึก load factor เฉลี่ย (จาก VFD data หรือ clamp meter)
  • [ ] บันทึกชั่วโมงการทำงานรายเดือน (จาก PLC log หรือ energy meter)
  • [ ] คูณด้วย TGO emission factor ของปีที่รายงาน
  • [ ] แยก Scope 2 location-based vs market-based (ถ้ามีสัญญา Green Tariff)
  • [ ] ตรวจสอบว่าน้ำมัน compressor ที่ใช้แล้วถูกนับใน waste data หรือไม่
  • [ ] เตรียม energy intensity (kWh/unit of production) สำหรับ CDP C8.2
  • คำถามที่พบบ่อย

    Q1: TCFD กับ CDP ต้องรายงานพร้อมกันหรือไม่? A: ไม่จำเป็น TCFD มักเป็นส่วนหนึ่งของรายงานประจำปีหรือ Sustainability Report ขององค์กร ส่วน CDP เป็นแบบสอบถามรายปีที่ส่งโดยนักลงทุน อย่างไรก็ตาม ข้อมูล emissions และ energy ที่ใช้ร่วมกันได้ จึงแนะนำให้เตรียมฐานข้อมูลเดียวกัน

    Q2: โรงงาน SME ต้องรายงาน CDP หรือไม่? A: CDP มักถูกส่งมาจากลูกค้าหรือนักลงทุน ไม่ใช่หน่วยงานกำกับดูแล ดังนั้น SME ที่เป็น supplier ของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์หรือบริษัทข้ามชาติมีโอกาสได้รับแบบสอบถาม CDP ทางอ้อมผ่าน supply chain

    Q3: ถ้าใช้ rental blower เจ้าของอุปกรณ์ต้องรายงาน emissions หรือผู้เช่า? A: ตาม GHG Protocol ผู้ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าเพื่อเดินเครื่องคือผู้รายงาน Scope 2 — ดังนั้น ผู้เช่า (โรงงาน) คือผู้รับผิดชอบรายงาน emissions จากการใช้งาน blower/compressor แม้จะเป็น rental

    Q4: ถ้าเปลี่ยนเป็น blower ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น จะรายงาน emission reduction ได้เลยหรือต้องรอ? A: รายงานได้ทันทีในปีที่เปลี่ยน โดยใช้ baseline year เป็นปีก่อนหน้า และแสดงการลดลงเป็น % เทียบ baseline ใน CDP C4

    Q5: Oil-free blower มี emission factor ต่างจาก oil-lubricated หรือไม่? A: ค่า Scope 2 คำนวณจากไฟฟ้าที่ใช้ ไม่ใช่ประเภทของน้ำมัน ดังนั้น emission factor เดียวกัน แต่ถ้า oil-free ใช้พลังงานน้อยกว่า (ซึ่งมักเป็นกรณีที่เกิดขึ้นกับเทคโนโลยีสมัยใหม่) ค่า Scope 2 รวมย่อมต่ำกว่า

    Q6: ควรใช้ location-based หรือ market-based method ในการรายงาน Scope 2? A: GHG Protocol แนะนำให้รายงานทั้งสองวิธีถ้าทำได้ Location-based ใช้ grid emission factor ของประเทศ (TGO สำหรับไทย) Market-based ใช้ supplier-specific factor ถ้ามีสัญญา Green Tariff หรือซื้อ REC (Renewable Energy Certificate)

    บทสรุป — จากข้อมูล Blower สู่คะแนน CDP

    การรายงาน TCFD และ CDP ไม่ใช่เรื่องไกลตัวสำหรับทีม EHS โรงงาน กุญแจสำคัญคือการมีข้อมูลพลังงานที่ถูกต้อง มี audit trail ชัดเจน และสามารถแสดงแนวโน้มการลดลงได้ ระบบอากาศอัดที่มีประสิทธิภาพสูงและตรวจวัดได้ง่าย — เช่น Delta Hybrid Screw Blower DVO หรือ Delta Screw BVO ของ AERZEN ที่มี telemetry และ energy monitoring built-in — ช่วยให้ทีม EHS รวบรวมข้อมูลสำหรับ CDP C8 ได้รวดเร็วกว่าการประมาณด้วย nameplate rating

    AERZEN ออกแบบระบบอากาศอัดมาตั้งแต่ปี 1864 โดยวิศวกรที่เข้าใจว่าประสิทธิภาพพลังงานคือความรับผิดชอบของวิศวกร ไม่ใช่แค่ตัวชี้วัดทางบัญชี

    ต้องการข้อมูลระบบอากาศอัดสำหรับประกอบการรายงาน TCFD/CDP

    ทีมวิศวกร AERZEN Rental Thailand สามารถจัดทำรายงาน energy consumption ของระบบให้เป็นรูปแบบที่รองรับ GHG Protocol พร้อมข้อมูล spec และ load profile จริง

    ติดต่อทีมงาน:

  • โทร: 038-015-488 (สำนักงาน)
  • สายด่วน 24/7: 098-323-2626
  • อีเมล: thai@aerzenrental.com
  • เว็บไซต์: www.aerzenrentalth.com
  • *Rent a solution. Expect performance.*

    About the Author

    เขียนโดย Paradorn Wannasung · Master’s in Marketing Communication · AERZEN Rental Thailand

    Paradorn Wannasung เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารการตลาดอุตสาหกรรมที่ AERZEN Rental Thailand โดยมีความเชี่ยวชาญด้านการเชื่อมต่อข้อมูลทางวิศวกรรมกับกรอบการรายงานด้านความยั่งยืน รวมถึง TCFD, CDP และ GHG Protocol สำหรับอุตสาหกรรมการผลิตในประเทศไทย

    *Visual brief:*

  • Image concept: มิเตอร์วัดพลังงานแบบ digital ติดตั้งบน blower industrial พื้นหลังโรงงาน tone navy — แสดงถึงการวัดและการรายงาน
  • Alt text: มิเตอร์วัดพลังงานบน blower industrial สำหรับการรายงาน TCFD และ CDP
  • ภราดร วรรณสังข์ (Paradorn Wannasung)

    ✍️ เกี่ยวกับผู้เขียน

    ภราดร วรรณสังข์ (Paradorn Wannasung)

    Marketing Communication Specialist · นิเทศศาสตรมหาบัณฑิต (การสื่อสารการตลาดและแบรนด์)

    ภราดร (Paradorn) เป็นผู้ดูแลด้านการสื่อสารการตลาดของ AERZEN Rental Thailand จบนิเทศศาสตรมหาบัณฑิต (การสื่อสารการตลาดและแบรนด์) เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรม B2B ในประเทศไทย มีประสบการณ์การสร้างแบรนด์และคอนเทนต์ในกลุ่มอุตสาหกรรมของไทย

    ติดต่อ: pwa@aerzenrental.com · LinkedIn

    24/7
    Scroll to Top