{
"@context": "https://schema.org",
"@type": "Article",
"headline": "ISO 8573-9 การสอบเทียบความชื้นในอากาศอัด — วิธีวัดและมาตรฐานสากล",
"datePublished": "2026-07-01",
"dateModified": "2026-07-01",
"author": {
"@type": "Person",
"name": "Paradorn Wannasung",
"jobTitle": "Marketing Communication Specialist",
"worksFor": {
"@type": "Organization",
"name": "AERZEN Rental Thailand",
"url": "https://www.aerzenrentalth.com"
}
},
"publisher": {
"@type": "Organization",
"name": "AERZEN Rental Thailand",
"url": "https://www.aerzenrentalth.com"
},
"mainEntityOfPage": {
"@type": "WebPage",
"@id": "https://www.aerzenrentalth.com/blog/iso-8573-9-humidity-calibration-methods"
}
}
ISO 8573-9 การสอบเทียบความชื้นในอากาศอัด — วิธีวัดและมาตรฐานสากล
เขียนโดย Paradorn Wannasung · Master’s in Marketing Communication and Branding · AERZEN Rental Thailand
ตามที่ AERZEN ออกแบบระบบอากาศอัดมาตั้งแต่ปี 1864 ความชื้นในอากาศอัดถือเป็นตัวแปรที่ส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพผลิตภัณฑ์ ความน่าเชื่อถือของกระบวนการ และอายุการใช้งานของอุปกรณ์ — โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอาหาร ยา และอิเล็กทรอนิกส์ที่มีข้อกำหนดเข้มงวด
บทนำ — ความชื้นในอากาศอัดคือความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่
oil-free blower fleet wide shot at outdoor depot — AERZEN Rental Thailand 24h mobilization" loading="lazy" decoding="async" />วิศวกรโรงงานหลายรายมักให้ความสำคัญกับแรงดัน (pressure) และอัตราการไหล (flow rate) ของอากาศอัด แต่มองข้ามตัวแปรสำคัญอีกตัวหนึ่ง: ความชื้น
ความชื้นในอากาศอัดที่ไม่ได้รับการควบคุมอย่างเหมาะสมทำให้เกิด:
- การกัดกร่อน ในท่อและวาล์ว
- การปนเปื้อน ในผลิตภัณฑ์อาหารและยา
- ความเสียหาย ต่ออุปกรณ์ปลายทาง เช่น Pneumatic tools และ actuators
- ความล้มเหลว ของกระบวนการที่ต้องการอากาศแห้ง เช่น การพ่นสี การบรรจุ และการทดสอบอิเล็กทรอนิกส์
มาตรฐาน ISO 8573-9 กำหนดวิธีการวัดความชื้นในอากาศอัดอย่างเป็นระบบ เพื่อให้วิศวกรสามารถตรวจสอบว่าระบบของตนอยู่ในขอบเขตที่กำหนดไว้ตาม ISO 8573-1 หรือไม่
ISO 8573 Series — ภาพรวมของมาตรฐานชุด
ก่อนเข้าสู่รายละเอียด ISO 8573-9 จำเป็นต้องเข้าใจว่ามาตรฐานนี้อยู่ในชุดใหญ่ที่ประกอบด้วยหลายส่วน:
| ส่วน | เนื้อหา |
|---|---|
| ISO 8573-1 | ข้อกำหนดคุณภาพอากาศอัด (Classes 0-6) |
| ISO 8573-2 | วิธีวัดปริมาณน้ำมัน aerosol |
| ISO 8573-3 | วิธีวัดความชื้น |
| ISO 8573-4 | วิธีวัดอนุภาค solid |
| ISO 8573-5 | วิธีวัดน้ำมัน vapor |
| ISO 8573-6 | วิธีวัดก๊าซปนเปื้อน |
| ISO 8573-7 | วิธีวัด viable microbiological contaminants |
| ISO 8573-8 | วิธีวัดอนุภาค solid โดยการนับจำนวน |
| ISO 8573-9 | วิธีวัดปริมาณน้ำในสถานะ liquid |
ISO 8573-9:2004 (ปัจจุบัน) เป็นมาตรฐานที่กำหนดวิธีการวัดน้ำในสถานะของเหลว (liquid water) ที่อาจปนอยู่ในอากาศอัด ซึ่งแตกต่างจาก ISO 8573-3 ที่วัดความชื้นในรูปของไอน้ำ (water vapor)
อ้างอิง: ISO 8573-1:2010 — Compressed air — Part 1: Contaminants and purity classes — https://www.iso.org/standard/46591.html — verified 2026-05-08
ความแตกต่างระหว่าง ISO 8573-3 และ ISO 8573-9
วิศวกรมักสับสนระหว่างสองมาตรฐานนี้ ซึ่งวัดความชื้นคนละรูปแบบ:
ISO 8573-3 — Water Vapor (Humidity)
วัด ความชื้นสัมพัทธ์ หรือ Pressure Dewpoint (PDP) ซึ่งบ่งบอกว่าอากาศอัดมีไอน้ำมากน้อยเพียงใด เปรียบเทียบกับจุดอิ่มตัว
- เครื่องมือที่ใช้: Chilled mirror hygrometer, Capacitive sensor, Optical hygrometer
- หน่วยวัด: Pressure Dewpoint (°C PDP) หรือ Water Vapor Content (g/m³)
- ใช้กับ: การตรวจสอบ Dryer performance ทั้ง refrigerant dryer และ desiccant dryer
ISO 8573-9 — Liquid Water Content
วัด น้ำในสถานะของเหลว ที่อาจสะสมอยู่ในระบบท่อหรือถูกพาไปกับอากาศอัด
- เครื่องมือที่ใช้: Gravimetric sampling, Liquid trap + weighing
- หน่วยวัด: mg/m³ หรือ mg/kg
- ใช้กับ: การตรวจสอบ Separator และ Drain valve efficiency
วิธีการวัดตาม ISO 8573-9
มาตรฐาน ISO 8573-9 กำหนด กระบวนการสุ่มตัวอย่างและการวัด ดังนี้:
หลักการพื้นฐาน
ISO 8573-9 ใช้วิธี Gravimetric method คือการแยกน้ำของเหลวออกจากอากาศอัดโดยใช้กับดักพิเศษ (Liquid trap) แล้วชั่งน้ำหนักของน้ำที่ถูกแยกออกมา
ขั้นตอนการวัด
- ติดตั้ง Sampling point — เลือกจุดวัดที่เป็นตัวแทนของระบบ โดยทั่วไปคือหลัง After-cooler และหลัง Separator
- ติดตั้ง Liquid trap — อุปกรณ์รวบรวมน้ำของเหลวที่ผ่านมากับอากาศอัด
- กำหนด Sampling duration — ระยะเวลาการสุ่มตัวอย่างต้องนานพอที่จะรวบรวมน้ำได้ในปริมาณที่วัดได้ (ขึ้นกับ Load และสภาพอากาศ)
- วัดอุณหภูมิและแรงดัน — บันทึกค่า Temperature และ Pressure ณ จุดวัด
- ชั่งน้ำหนัก Trap — ก่อนและหลัง Sampling เพื่อหาน้ำหนักสุทธิของน้ำที่รวบรวมได้
- คำนวณ — แปลงน้ำหนักน้ำเป็น mg/m³ โดยอ้างอิงกับปริมาตรอากาศที่ไหลผ่าน
ข้อกำหนดของอุปกรณ์การวัด
- Balance (เครื่องชั่ง): ความละเอียดไม่น้อยกว่า 0.1 mg
- Flow meter: ความถูกต้องไม่น้อยกว่า ±2% ของค่าอ่าน
- Pressure gauge: ความถูกต้องไม่น้อยกว่า ±1% ของ Full scale
- Thermometer: ความถูกต้องไม่น้อยกว่า ±0.5°C
การสอบเทียบ (Calibration) เครื่องมือวัดความชื้น
การสอบเทียบเป็นขั้นตอนที่สำคัญไม่แพ้การวัดเอง เพราะข้อมูลที่ไม่ถูกต้องอาจนำไปสู่การตัดสินใจที่ผิดพลาด
เครื่องมือที่ต้องสอบเทียบ
1. Chilled Mirror Hygrometer
- วิธีสอบเทียบ: เปรียบเทียบกับ Reference hygrometer (Primary standard) ที่สอบเทียบโดย National Metrology Institute
- ความถี่: ทุก 12 เดือน หรือหลังการซ่อมแซม
- ห้องปฏิบัติการ: ต้องได้รับการรับรองตาม ISO/IEC 17025
2. Capacitive Moisture Sensor
- วิธีสอบเทียบ: ใช้ Gas mixture ที่ทราบค่า Dewpoint แน่ชัด (เรียกว่า Certified Reference Gas)
- ความถี่: ทุก 6-12 เดือน ตาม Manufacturer recommendation
- หมายเหตุ: Capacitive sensor มีแนวโน้มเกิด Drift ในสภาพแวดล้อมที่มีน้ำมัน
3. Flow Meter (สำหรับ ISO 8573-9)
- วิธีสอบเทียบ: Calibration ด้วย Traceable Primary flow standard
- ความถี่: ทุก 12 เดือน
อ้างอิง: ISO/IEC 17025:2017 — General requirements for the competence of testing and calibration laboratories — https://www.iso.org/standard/66912.html — verified 2026-05-08
ปัจจัยที่ส่งผลต่อความถูกต้องของการวัด
แม้ใช้วิธีการที่ถูกต้องตาม ISO 8573-9 แต่มีปัจจัยหลายอย่างที่อาจทำให้ผลวัดคลาดเคลื่อน:
อุณหภูมิและแรงดัน
ค่าที่วัดได้ต้องถูกแปลงเป็น Reference conditions ก่อนเปรียบเทียบกับ ISO 8573-1 Class โดย ISO กำหนด Reference conditions ไว้ที่:
- อุณหภูมิ: 20°C
- แรงดัน: 1 bar (a) — Atmospheric pressure
- ความชื้นสัมพัทธ์: 0%
ตำแหน่งจุดวัด
การวัดที่จุดต่างกันในระบบให้ค่าต่างกัน:
- หลัง Compressor (ก่อน Dryer): ความชื้นสูง
- หลัง Dryer: ความชื้นต่ำ
- Point of Use: อาจสูงขึ้นใหม่หากท่อมีการรั่วซึม
วิศวกรต้องระบุว่าวัด “ที่จุดใด” ให้ชัดเจน เพื่อให้ผลการวัดสามารถตีความได้ถูกต้อง
Condensation ในอุปกรณ์วัด
หากอากาศอัดมีความชื้นสูงและอุณหภูมิลดลงในระหว่าง Sampling การควบแน่นในอุปกรณ์วัดอาจทำให้ผลคลาดเคลื่อน — ต้อง Insulate หรือ Heat trace สาย Sampling
กรณีศึกษา — โรงงานอุตสาหกรรมอาหาร (ปกปิดชื่อ)
โรงงานผลิตอาหารแปรรูปแห่งหนึ่งในพื้นที่ EEC พบปัญหาการปนเปื้อนในสายการผลิต โดยกระบวนการตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบสาเหตุจากวัตถุดิบหรือกระบวนการล้าง
หลังจากทีมวิศวกรรมของ AERZEN เข้าตรวจสอบ พบว่าระบบ Compressed air มี Liquid water content เกิน threshold ที่กำหนดในสเปค เนื่องจาก:
- Refrigerant Dryer ทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพเพราะ Refrigerant charge ลดลง
- Automatic Drain valve บนถัง Receiver ติดขัด ไม่ระบายน้ำออก
- ไม่มีการวัดและสอบเทียบ Moisture sensor ตาม ISO 8573-9 มาเป็นเวลาหลายปี
หลังแก้ไขและจัดทำโปรแกรม Calibration ตาม ISO 8573-9 ปัญหาการปนเปื้อนไม่พบซ้ำอีกในรอบ 12 เดือนที่ติดตาม
_หมายเหตุ: ข้อมูลกรณีศึกษาเป็น TEACHING_SAMPLE — ปกปิดชื่อโรงงานและรายละเอียดเฉพาะเจาะจง_
ความสัมพันธ์กับ ISO 8573-1 Class 0
ISO 8573-1 กำหนด Purity classes สำหรับอากาศอัด โดย Class 0 เป็น Class ที่ผู้ผลิตกำหนดเองให้เข้มกว่า Class 1 ทุกพารามิเตอร์ ซึ่งรวมถึง Water content ด้วย
ข้อสำคัญ: Class 0 ไม่ได้หมายความว่า “ไม่มีน้ำ 0%” — หมายความว่าผู้ผลิตต้องระบุค่า Specification ของตนเองที่เข้มกว่า Class 1 และต้องแสดงหลักฐานการทดสอบ
ดังนั้น การวัดตาม ISO 8573-9 จึงเป็นส่วนหนึ่งของหลักฐานที่ต้องมีสำหรับการอ้างสิทธิ์ Class 0
แนวปฏิบัติที่แนะนำสำหรับวิศวกรโรงงาน
- จัดทำแผน Calibration ประจำปี — ระบุเครื่องมือทุกชิ้น ความถี่ และห้องปฏิบัติการที่รับผิดชอบ
- ใช้ห้องปฏิบัติการที่รับรองตาม ISO/IEC 17025 — เพื่อให้ผล Calibration สามารถ Traceable ได้
- วัดทั้ง Vapor และ Liquid — อย่าวัดเพียง Dewpoint อย่างเดียว เพราะอาจพลาด Liquid water ที่เกิดจาก Condensation ในท่อ
- บันทึกและเก็บ Calibration records — อย่างน้อย 3 ปี เพื่อการตรวจสอบ (Audit) และ Trend analysis
- ทำ Verification ก่อนและหลังการบำรุงรักษา Dryer — เพื่อยืนยันว่า Dryer ยังทำงานในขอบเขตที่กำหนด
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q1: ISO 8573-9 แตกต่างจาก ISO 8573-3 อย่างไร?
ISO 8573-3 วัดความชื้นในรูปไอน้ำ (Water vapor) โดยรายงานเป็น Pressure Dewpoint ส่วน ISO 8573-9 วัดน้ำในสถานะของเหลว (Liquid water) ที่มีอยู่ในอากาศอัด ทั้งสองมาตรฐานวัดคนละสิ่งและต้องใช้เครื่องมือต่างกัน
Q2: ต้องวัดความชื้นบ่อยแค่ไหน?
ขึ้นกับ Risk level ของกระบวนการ สำหรับอุตสาหกรรมยาและอาหาร แนะนำให้วัดทุกไตรมาส หรือทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงระบบ เช่น การเปลี่ยน Dryer หรือการขยายระบบท่อ
Q3: Chilled Mirror Hygrometer หรือ Capacitive Sensor แบบไหนดีกว่า?
Chilled mirror มีความแม่นยำสูงกว่าและเป็น Primary reference method แต่ราคาสูงและต้องการการดูแลมากกว่า Capacitive sensor ราคาเข้าถึงได้ง่ายกว่าแต่ต้องสอบเทียบบ่อยกว่า โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่มีน้ำมัน
Q4: ถ้าผลวัดเกิน Class ที่กำหนด ควรทำอย่างไร?
ให้ตรวจสอบ Dryer performance ก่อน โดยเฉพาะ Refrigerant charge (สำหรับ Refrigerant dryer) หรือ Desiccant saturation level (สำหรับ Desiccant dryer) พร้อมกันนั้นให้ตรวจสอบ Drain valve ทุกจุดและ Separator efficiency
Q5: บริษัทจำเป็นต้องมีอุปกรณ์วัดเองหรือสามารถจ้างบริการภายนอก?
ไม่จำเป็นต้องมีอุปกรณ์เอง — การจ้างห้องปฏิบัติการที่รับรองตาม ISO/IEC 17025 มักคุ้มค่ากว่า เพราะอุปกรณ์ Calibration มีราคาสูงและต้องการผู้เชี่ยวชาญในการใช้งาน
Q6: AERZEN Rental Thailand สามารถช่วยอะไรได้บ้างในเรื่องนี้?
ทีมวิศวกรรมของ AERZEN พร้อมให้คำปรึกษาเรื่องการตรวจสอบคุณภาพอากาศอัด รวมถึงการประเมิน Dryer performance และการเลือกระบบที่สอดคล้องกับ ISO 8573-1 Class ที่ต้องการ
บทสรุป
ISO 8573-9 เป็นมาตรฐานสำคัญที่วิศวกรโรงงานต้องเข้าใจ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่คุณภาพอากาศอัดส่งผลโดยตรงต่อผลิตภัณฑ์และความปลอดภัย การวัดและสอบเทียบที่ถูกต้องตามมาตรฐานไม่เพียงช่วยป้องกันความเสียหาย แต่ยังเป็นหลักฐานสำคัญสำหรับการขอ Certification และการตรวจสอบจากลูกค้าหรือหน่วยงานกำกับ
AERZEN มีประสบการณ์ในการออกแบบระบบอากาศอัดที่สอดคล้องกับมาตรฐาน ISO 8573 มาตั้งแต่ปี 1864 ทีมวิศวกรรมพร้อมให้คำแนะนำเฉพาะสำหรับสภาพการใช้งานของโรงงาน
ติดต่อทีมวิศวกรรม AERZEN Rental Thailand
สำหรับคำปรึกษาเรื่องระบบอากาศอัด การเลือก Dryer ที่เหมาะสม หรือการวางแผน Calibration ตาม ISO 8573-9:
- โทร (Office): 038-015-488
- Hotline 24/7: 098-323-2626
- อีเมล: thai@aerzenrental.com
- เว็บไซต์: www.aerzenrentalth.com
ราคาและเงื่อนไขขึ้นอยู่กับ Specification และระยะเวลาเช่า — ติดต่อทีมงานเพื่อรับใบเสนอราคาที่เหมาะสมกับโรงงาน
“Rent a solution. Expect performance.”
เกี่ยวกับผู้เขียน
เขียนโดย Paradorn Wannasung · Master’s in Marketing Communication and Branding · AERZEN Rental Thailand
Paradorn Wannasung เป็น Marketing Communication Specialist ที่ AERZEN Rental Thailand โดยเชี่ยวชาญด้านการสื่อสารเนื้อหาทางเทคนิคเกี่ยวกับระบบอากาศอัดและมาตรฐานสากล ISO 8573 สำหรับอุตสาหกรรมในประเทศไทยและภูมิภาค EEC


เปรียบเทียบ: เช่า vs ซื้อ Oil-Free Blower & Compressor
| เกณฑ์ | เช่า (AERZEN Rental) | ซื้อ |
|---|---|---|
| CAPEX | ฿0 (OPEX แทน) | ฿2-15M ขึ้นไป |
| เวลาส่งมอบ | 24 ชั่วโมง (ฉุกเฉิน) | 3-6 เดือน (lead time) |
| การบำรุงรักษา | All-Inclusive Service | ทีม In-house + อะไหล่ |
| การปรับขนาด | Scale Up/Down ได้ทันที | ติดสเปคเดิม |
| มาตรฐาน Oil-Free | ISO 8573-1 Class 0 (เครื่องเดียวกัน) | ISO 8573-1 Class 0 (ถ้าเลือก spec) |
| Engineering Support | วิศวกร AERZEN 24/7 | ขึ้นกับสัญญา OEM |
รายละเอียดเพิ่มเติม โทร 038-015-488 (สำนักงาน) หรือ 098-323-2626 (สายด่วน 24/7)


