Aerzen Thailand

ISO 8573-9 สอบเทียบความชื้นอากาศอัด | AERZEN Rental TH

ISO 8573-9 การสอบเทียบความชื้นในอากาศอัด — วิธีวัดและมาตรฐานสากล

เขียนโดย Paradorn Wannasung · Master’s in Marketing Communication and Branding · AERZEN Rental Thailand

ตามที่ AERZEN ออกแบบระบบอากาศอัดมาตั้งแต่ปี 1864 ความชื้นในอากาศอัดถือเป็นตัวแปรที่ส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพผลิตภัณฑ์ ความน่าเชื่อถือของกระบวนการ และอายุการใช้งานของอุปกรณ์ — โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอาหาร ยา และอิเล็กทรอนิกส์ที่มีข้อกำหนดเข้มงวด


บทนำ — ความชื้นในอากาศอัดคือความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่

AERZEN <a href=oil-free blower fleet wide shot at outdoor depot — AERZEN Rental Thailand 24h mobilization" loading="lazy" decoding="async" />
AERZEN Oil-Free Blower Fleet Depot Wide Outdoor 2026-05-16

วิศวกรโรงงานหลายรายมักให้ความสำคัญกับแรงดัน (pressure) และอัตราการไหล (flow rate) ของอากาศอัด แต่มองข้ามตัวแปรสำคัญอีกตัวหนึ่ง: ความชื้น

ความชื้นในอากาศอัดที่ไม่ได้รับการควบคุมอย่างเหมาะสมทำให้เกิด:

  • การกัดกร่อน ในท่อและวาล์ว
  • การปนเปื้อน ในผลิตภัณฑ์อาหารและยา
  • ความเสียหาย ต่ออุปกรณ์ปลายทาง เช่น Pneumatic tools และ actuators
  • ความล้มเหลว ของกระบวนการที่ต้องการอากาศแห้ง เช่น การพ่นสี การบรรจุ และการทดสอบอิเล็กทรอนิกส์

มาตรฐาน ISO 8573-9 กำหนดวิธีการวัดความชื้นในอากาศอัดอย่างเป็นระบบ เพื่อให้วิศวกรสามารถตรวจสอบว่าระบบของตนอยู่ในขอบเขตที่กำหนดไว้ตาม ISO 8573-1 หรือไม่


ISO 8573 Series — ภาพรวมของมาตรฐานชุด

ก่อนเข้าสู่รายละเอียด ISO 8573-9 จำเป็นต้องเข้าใจว่ามาตรฐานนี้อยู่ในชุดใหญ่ที่ประกอบด้วยหลายส่วน:

ส่วนเนื้อหา
ISO 8573-1ข้อกำหนดคุณภาพอากาศอัด (Classes 0-6)
ISO 8573-2วิธีวัดปริมาณน้ำมัน aerosol
ISO 8573-3วิธีวัดความชื้น
ISO 8573-4วิธีวัดอนุภาค solid
ISO 8573-5วิธีวัดน้ำมัน vapor
ISO 8573-6วิธีวัดก๊าซปนเปื้อน
ISO 8573-7วิธีวัด viable microbiological contaminants
ISO 8573-8วิธีวัดอนุภาค solid โดยการนับจำนวน
ISO 8573-9วิธีวัดปริมาณน้ำในสถานะ liquid

ISO 8573-9:2004 (ปัจจุบัน) เป็นมาตรฐานที่กำหนดวิธีการวัดน้ำในสถานะของเหลว (liquid water) ที่อาจปนอยู่ในอากาศอัด ซึ่งแตกต่างจาก ISO 8573-3 ที่วัดความชื้นในรูปของไอน้ำ (water vapor)

อ้างอิง: ISO 8573-1:2010 — Compressed air — Part 1: Contaminants and purity classeshttps://www.iso.org/standard/46591.html — verified 2026-05-08


ความแตกต่างระหว่าง ISO 8573-3 และ ISO 8573-9

วิศวกรมักสับสนระหว่างสองมาตรฐานนี้ ซึ่งวัดความชื้นคนละรูปแบบ:

ISO 8573-3 — Water Vapor (Humidity)

วัด ความชื้นสัมพัทธ์ หรือ Pressure Dewpoint (PDP) ซึ่งบ่งบอกว่าอากาศอัดมีไอน้ำมากน้อยเพียงใด เปรียบเทียบกับจุดอิ่มตัว

  • เครื่องมือที่ใช้: Chilled mirror hygrometer, Capacitive sensor, Optical hygrometer
  • หน่วยวัด: Pressure Dewpoint (°C PDP) หรือ Water Vapor Content (g/m³)
  • ใช้กับ: การตรวจสอบ Dryer performance ทั้ง refrigerant dryer และ desiccant dryer

ISO 8573-9 — Liquid Water Content

วัด น้ำในสถานะของเหลว ที่อาจสะสมอยู่ในระบบท่อหรือถูกพาไปกับอากาศอัด

  • เครื่องมือที่ใช้: Gravimetric sampling, Liquid trap + weighing
  • หน่วยวัด: mg/m³ หรือ mg/kg
  • ใช้กับ: การตรวจสอบ Separator และ Drain valve efficiency

วิธีการวัดตาม ISO 8573-9

มาตรฐาน ISO 8573-9 กำหนด กระบวนการสุ่มตัวอย่างและการวัด ดังนี้:

หลักการพื้นฐาน

ISO 8573-9 ใช้วิธี Gravimetric method คือการแยกน้ำของเหลวออกจากอากาศอัดโดยใช้กับดักพิเศษ (Liquid trap) แล้วชั่งน้ำหนักของน้ำที่ถูกแยกออกมา

ขั้นตอนการวัด

  1. ติดตั้ง Sampling point — เลือกจุดวัดที่เป็นตัวแทนของระบบ โดยทั่วไปคือหลัง After-cooler และหลัง Separator
  2. ติดตั้ง Liquid trap — อุปกรณ์รวบรวมน้ำของเหลวที่ผ่านมากับอากาศอัด
  3. กำหนด Sampling duration — ระยะเวลาการสุ่มตัวอย่างต้องนานพอที่จะรวบรวมน้ำได้ในปริมาณที่วัดได้ (ขึ้นกับ Load และสภาพอากาศ)
  4. วัดอุณหภูมิและแรงดัน — บันทึกค่า Temperature และ Pressure ณ จุดวัด
  5. ชั่งน้ำหนัก Trap — ก่อนและหลัง Sampling เพื่อหาน้ำหนักสุทธิของน้ำที่รวบรวมได้
  6. คำนวณ — แปลงน้ำหนักน้ำเป็น mg/m³ โดยอ้างอิงกับปริมาตรอากาศที่ไหลผ่าน

ข้อกำหนดของอุปกรณ์การวัด

  • Balance (เครื่องชั่ง): ความละเอียดไม่น้อยกว่า 0.1 mg
  • Flow meter: ความถูกต้องไม่น้อยกว่า ±2% ของค่าอ่าน
  • Pressure gauge: ความถูกต้องไม่น้อยกว่า ±1% ของ Full scale
  • Thermometer: ความถูกต้องไม่น้อยกว่า ±0.5°C

การสอบเทียบ (Calibration) เครื่องมือวัดความชื้น

การสอบเทียบเป็นขั้นตอนที่สำคัญไม่แพ้การวัดเอง เพราะข้อมูลที่ไม่ถูกต้องอาจนำไปสู่การตัดสินใจที่ผิดพลาด

เครื่องมือที่ต้องสอบเทียบ

1. Chilled Mirror Hygrometer

  • วิธีสอบเทียบ: เปรียบเทียบกับ Reference hygrometer (Primary standard) ที่สอบเทียบโดย National Metrology Institute
  • ความถี่: ทุก 12 เดือน หรือหลังการซ่อมแซม
  • ห้องปฏิบัติการ: ต้องได้รับการรับรองตาม ISO/IEC 17025

2. Capacitive Moisture Sensor

  • วิธีสอบเทียบ: ใช้ Gas mixture ที่ทราบค่า Dewpoint แน่ชัด (เรียกว่า Certified Reference Gas)
  • ความถี่: ทุก 6-12 เดือน ตาม Manufacturer recommendation
  • หมายเหตุ: Capacitive sensor มีแนวโน้มเกิด Drift ในสภาพแวดล้อมที่มีน้ำมัน

3. Flow Meter (สำหรับ ISO 8573-9)

  • วิธีสอบเทียบ: Calibration ด้วย Traceable Primary flow standard
  • ความถี่: ทุก 12 เดือน

อ้างอิง: ISO/IEC 17025:2017 — General requirements for the competence of testing and calibration laboratorieshttps://www.iso.org/standard/66912.html — verified 2026-05-08


ปัจจัยที่ส่งผลต่อความถูกต้องของการวัด

แม้ใช้วิธีการที่ถูกต้องตาม ISO 8573-9 แต่มีปัจจัยหลายอย่างที่อาจทำให้ผลวัดคลาดเคลื่อน:

อุณหภูมิและแรงดัน

ค่าที่วัดได้ต้องถูกแปลงเป็น Reference conditions ก่อนเปรียบเทียบกับ ISO 8573-1 Class โดย ISO กำหนด Reference conditions ไว้ที่:

  • อุณหภูมิ: 20°C
  • แรงดัน: 1 bar (a) — Atmospheric pressure
  • ความชื้นสัมพัทธ์: 0%

ตำแหน่งจุดวัด

การวัดที่จุดต่างกันในระบบให้ค่าต่างกัน:

  • หลัง Compressor (ก่อน Dryer): ความชื้นสูง
  • หลัง Dryer: ความชื้นต่ำ
  • Point of Use: อาจสูงขึ้นใหม่หากท่อมีการรั่วซึม

วิศวกรต้องระบุว่าวัด “ที่จุดใด” ให้ชัดเจน เพื่อให้ผลการวัดสามารถตีความได้ถูกต้อง

Condensation ในอุปกรณ์วัด

หากอากาศอัดมีความชื้นสูงและอุณหภูมิลดลงในระหว่าง Sampling การควบแน่นในอุปกรณ์วัดอาจทำให้ผลคลาดเคลื่อน — ต้อง Insulate หรือ Heat trace สาย Sampling


กรณีศึกษา — โรงงานอุตสาหกรรมอาหาร (ปกปิดชื่อ)

โรงงานผลิตอาหารแปรรูปแห่งหนึ่งในพื้นที่ EEC พบปัญหาการปนเปื้อนในสายการผลิต โดยกระบวนการตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบสาเหตุจากวัตถุดิบหรือกระบวนการล้าง

หลังจากทีมวิศวกรรมของ AERZEN เข้าตรวจสอบ พบว่าระบบ Compressed air มี Liquid water content เกิน threshold ที่กำหนดในสเปค เนื่องจาก:

  1. Refrigerant Dryer ทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพเพราะ Refrigerant charge ลดลง
  2. Automatic Drain valve บนถัง Receiver ติดขัด ไม่ระบายน้ำออก
  3. ไม่มีการวัดและสอบเทียบ Moisture sensor ตาม ISO 8573-9 มาเป็นเวลาหลายปี

หลังแก้ไขและจัดทำโปรแกรม Calibration ตาม ISO 8573-9 ปัญหาการปนเปื้อนไม่พบซ้ำอีกในรอบ 12 เดือนที่ติดตาม

_หมายเหตุ: ข้อมูลกรณีศึกษาเป็น TEACHING_SAMPLE — ปกปิดชื่อโรงงานและรายละเอียดเฉพาะเจาะจง_


ความสัมพันธ์กับ ISO 8573-1 Class 0

ISO 8573-1 กำหนด Purity classes สำหรับอากาศอัด โดย Class 0 เป็น Class ที่ผู้ผลิตกำหนดเองให้เข้มกว่า Class 1 ทุกพารามิเตอร์ ซึ่งรวมถึง Water content ด้วย

ข้อสำคัญ: Class 0 ไม่ได้หมายความว่า “ไม่มีน้ำ 0%” — หมายความว่าผู้ผลิตต้องระบุค่า Specification ของตนเองที่เข้มกว่า Class 1 และต้องแสดงหลักฐานการทดสอบ

ดังนั้น การวัดตาม ISO 8573-9 จึงเป็นส่วนหนึ่งของหลักฐานที่ต้องมีสำหรับการอ้างสิทธิ์ Class 0


แนวปฏิบัติที่แนะนำสำหรับวิศวกรโรงงาน

  1. จัดทำแผน Calibration ประจำปี — ระบุเครื่องมือทุกชิ้น ความถี่ และห้องปฏิบัติการที่รับผิดชอบ
  2. ใช้ห้องปฏิบัติการที่รับรองตาม ISO/IEC 17025 — เพื่อให้ผล Calibration สามารถ Traceable ได้
  3. วัดทั้ง Vapor และ Liquid — อย่าวัดเพียง Dewpoint อย่างเดียว เพราะอาจพลาด Liquid water ที่เกิดจาก Condensation ในท่อ
  4. บันทึกและเก็บ Calibration records — อย่างน้อย 3 ปี เพื่อการตรวจสอบ (Audit) และ Trend analysis
  5. ทำ Verification ก่อนและหลังการบำรุงรักษา Dryer — เพื่อยืนยันว่า Dryer ยังทำงานในขอบเขตที่กำหนด

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q1: ISO 8573-9 แตกต่างจาก ISO 8573-3 อย่างไร?

ISO 8573-3 วัดความชื้นในรูปไอน้ำ (Water vapor) โดยรายงานเป็น Pressure Dewpoint ส่วน ISO 8573-9 วัดน้ำในสถานะของเหลว (Liquid water) ที่มีอยู่ในอากาศอัด ทั้งสองมาตรฐานวัดคนละสิ่งและต้องใช้เครื่องมือต่างกัน

Q2: ต้องวัดความชื้นบ่อยแค่ไหน?

ขึ้นกับ Risk level ของกระบวนการ สำหรับอุตสาหกรรมยาและอาหาร แนะนำให้วัดทุกไตรมาส หรือทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงระบบ เช่น การเปลี่ยน Dryer หรือการขยายระบบท่อ

Q3: Chilled Mirror Hygrometer หรือ Capacitive Sensor แบบไหนดีกว่า?

Chilled mirror มีความแม่นยำสูงกว่าและเป็น Primary reference method แต่ราคาสูงและต้องการการดูแลมากกว่า Capacitive sensor ราคาเข้าถึงได้ง่ายกว่าแต่ต้องสอบเทียบบ่อยกว่า โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่มีน้ำมัน

Q4: ถ้าผลวัดเกิน Class ที่กำหนด ควรทำอย่างไร?

ให้ตรวจสอบ Dryer performance ก่อน โดยเฉพาะ Refrigerant charge (สำหรับ Refrigerant dryer) หรือ Desiccant saturation level (สำหรับ Desiccant dryer) พร้อมกันนั้นให้ตรวจสอบ Drain valve ทุกจุดและ Separator efficiency

Q5: บริษัทจำเป็นต้องมีอุปกรณ์วัดเองหรือสามารถจ้างบริการภายนอก?

ไม่จำเป็นต้องมีอุปกรณ์เอง — การจ้างห้องปฏิบัติการที่รับรองตาม ISO/IEC 17025 มักคุ้มค่ากว่า เพราะอุปกรณ์ Calibration มีราคาสูงและต้องการผู้เชี่ยวชาญในการใช้งาน

Q6: AERZEN Rental Thailand สามารถช่วยอะไรได้บ้างในเรื่องนี้?

ทีมวิศวกรรมของ AERZEN พร้อมให้คำปรึกษาเรื่องการตรวจสอบคุณภาพอากาศอัด รวมถึงการประเมิน Dryer performance และการเลือกระบบที่สอดคล้องกับ ISO 8573-1 Class ที่ต้องการ


บทสรุป

ISO 8573-9 เป็นมาตรฐานสำคัญที่วิศวกรโรงงานต้องเข้าใจ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่คุณภาพอากาศอัดส่งผลโดยตรงต่อผลิตภัณฑ์และความปลอดภัย การวัดและสอบเทียบที่ถูกต้องตามมาตรฐานไม่เพียงช่วยป้องกันความเสียหาย แต่ยังเป็นหลักฐานสำคัญสำหรับการขอ Certification และการตรวจสอบจากลูกค้าหรือหน่วยงานกำกับ

AERZEN มีประสบการณ์ในการออกแบบระบบอากาศอัดที่สอดคล้องกับมาตรฐาน ISO 8573 มาตั้งแต่ปี 1864 ทีมวิศวกรรมพร้อมให้คำแนะนำเฉพาะสำหรับสภาพการใช้งานของโรงงาน


ติดต่อทีมวิศวกรรม AERZEN Rental Thailand

สำหรับคำปรึกษาเรื่องระบบอากาศอัด การเลือก Dryer ที่เหมาะสม หรือการวางแผน Calibration ตาม ISO 8573-9:

ราคาและเงื่อนไขขึ้นอยู่กับ Specification และระยะเวลาเช่า — ติดต่อทีมงานเพื่อรับใบเสนอราคาที่เหมาะสมกับโรงงาน

“Rent a solution. Expect performance.”


เกี่ยวกับผู้เขียน

เขียนโดย Paradorn Wannasung · Master’s in Marketing Communication and Branding · AERZEN Rental Thailand

Paradorn Wannasung เป็น Marketing Communication Specialist ที่ AERZEN Rental Thailand โดยเชี่ยวชาญด้านการสื่อสารเนื้อหาทางเทคนิคเกี่ยวกับระบบอากาศอัดและมาตรฐานสากล ISO 8573 สำหรับอุตสาหกรรมในประเทศไทยและภูมิภาค EEC

AERZEN Rental Thailand – oil-free blower and compressor fleet, ISO 8573-1 Class 0 certified, audited by TUV Rheinland. Source: AERZEN HQ Marketing Library.

Request a Quote – 2026-07-01a_iso-8573-9-humidity-calibration-methods

Rent a solution. Expect performance.

AERZEN Rental Solutions is always close at hand.

Address: 36/60 Phlu Ta Luang, Sattahip District, Chon Buri 20180

Last reviewed: 2026-05-18 – AERZEN Rental Thailand editorial team

AERZEN 160 years engineering heritage
AERZEN 160 years engineering heritage
AERZEN Compressed Air solutions ISO Class 0
AERZEN Compressed Air solutions ISO Class 0

เปรียบเทียบ: เช่า vs ซื้อ Oil-Free Blower & Compressor

เกณฑ์เช่า (AERZEN Rental)ซื้อ
CAPEX฿0 (OPEX แทน)฿2-15M ขึ้นไป
เวลาส่งมอบ24 ชั่วโมง (ฉุกเฉิน)3-6 เดือน (lead time)
การบำรุงรักษาAll-Inclusive Serviceทีม In-house + อะไหล่
การปรับขนาดScale Up/Down ได้ทันทีติดสเปคเดิม
มาตรฐาน Oil-FreeISO 8573-1 Class 0 (เครื่องเดียวกัน)ISO 8573-1 Class 0 (ถ้าเลือก spec)
Engineering Supportวิศวกร AERZEN 24/7ขึ้นกับสัญญา OEM

รายละเอียดเพิ่มเติม โทร 038-015-488 (สำนักงาน) หรือ 098-323-2626 (สายด่วน 24/7)

24/7
Scroll to Top