AERZEN Thailand

iso-class-1-vs-class-2-general-manufacturing

เขียนโดย Paradorn Wannasung · Master’s in Marketing Communication · AERZEN Rental Thailand

ตามที่ AERZEN ออกแบบระบบอากาศอัดมาตั้งแต่ปี 1864 ประสบการณ์กว่า 160 ปีชี้ให้เห็นว่า “boundary case” ระหว่างระดับคุณภาพอากาศคือจุดที่วิศวกรทำผิดพลาดได้ง่ายที่สุด — เลือก Class สูงเกินไปแล้วแบกต้นทุนโดยไม่จำเป็น หรือเลือกต่ำเกินไปแล้วเผชิญปัญหากระบวนการผลิตในภายหลัง บทความนี้เขียนสำหรับ Plant Engineer ที่กำลังออกแบบหรือทบทวนระบบอากาศอัดในโรงงานผลิตทั่วไป


ISO 8573-1 คืออะไร และทำไมถึงมีหลาย Class

ISO 8573-1 คือมาตรฐานสากลที่กำหนดระดับความสะอาดของอากาศอัด (compressed air purity) แบ่งตามปริมาณปนเปื้อน 3 ประเภทหลัก ได้แก่ อนุภาคของแข็ง (particulate) ความชื้น (humidity/water) และน้ำมัน (oil)

มาตรฐานนี้จัดทำโดย International Organization for Standardization และเผยแพร่ฉบับปัจจุบันที่ ISO 8573-1:2010 ซึ่งกำหนด Class ตั้งแต่ 0 ถึง 9 (และ X สำหรับกรณีที่ผู้ใช้กำหนดเอง) โดย Class ตัวเลขต่ำกว่า = อากาศสะอาดกว่า

ระบบนี้ให้ Plant Engineer และ Process Engineer สื่อสารกับผู้จัดจำหน่าย ผู้รับเหมา และฝ่าย QA ได้อย่างตรงไปตรงมา โดยไม่ต้องอธิบายรายละเอียดทางเทคนิคซ้ำทุกครั้ง


ตารางเปรียบเทียบ Class 1 กับ Class 2

มาตรฐาน ISO 8573-1:2010 กำหนดขีดจำกัดดังนี้ (แสดงเฉพาะ 3 ตัวแปรหลัก):

ตัวแปรClass 1Class 2
อนุภาคของแข็ง (จำนวนอนุภาค 0.1–0.5 µm ต่อ m³)≤ 20,000≤ 400,000
อนุภาคของแข็ง (0.5–1 µm ต่อ m³)≤ 400≤ 6,000
จุดน้ำค้างความดัน (pressure dew point)≤ –20 °C≤ –40 °C
น้ำมัน (total oil content)≤ 0.01 mg/m³≤ 0.1 mg/m³

หมายเหตุ: ข้อมูลข้างต้นอ้างอิงจาก ISO 8573-1:2010 Table 1 โดยตรง ผู้ใช้งานควรอ่านเอกสารต้นฉบับเพื่อยืนยันก่อนนำไปใช้ในสัญญาหรือสเปก

หมายเหตุเรื่อง Humidity Sub-class: ค่า pressure dew point ใน Class 1 (≤ –20 °C) และ Class 2 (≤ –40 °C) เป็น sub-class ของ ความชื้น (humidity/water) โดยเฉพาะ ซึ่งแยกออกจาก sub-class ของอนุภาคของแข็งและน้ำมันโดยสิ้นเชิง การที่ Class 2 มี dew point ต่ำกว่า (เข้มงวดกว่า) Class 1 ในคอลัมน์นี้จึงไม่ได้หมายความว่า Class 2 “ดีกว่า” Class 1 โดยรวม — เพราะ Class อนุภาคและน้ำมันของ Class 1 ยังเข้มงวดกว่า Class 2 อยู่ การระบุ Class อากาศอัดที่สมบูรณ์ต้องระบุทั้ง 3 ตัวเลขเสมอ เช่น “ISO 8573-1:2010 Class 1.2.1”

สิ่งที่หลายคนสับสนคือ “จุดน้ำค้างความดัน” ใน Class 2 นั้น ต่ำกว่า (เข้มงวดกว่า) Class 1 ในบางกรณี ทั้งนี้เพราะมาตรฐานแยก sub-class ความชื้นออกจากอนุภาคและน้ำมัน การระบุ Class อากาศอัดที่สมบูรณ์จึงต้องระบุ 3 ตัวเลข เช่น “ISO 8573-1:2010 Class 1.2.1” (อนุภาค Class 1 / ความชื้น Class 2 / น้ำมัน Class 1)


Boundary Case 1: สายพ่น (Pneumatic Conveying) ใน Food Processing โรงงานขนาดกลาง

โรงงานผลิตแป้งข้าวโพดในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด (TEACHING_SAMPLE — anonymized) ใช้ระบบลำเลียงวัตถุดิบด้วยอากาศอัด (pneumatic conveying) ระยะทาง 80 เมตร ทีมวิศวกรเริ่มต้นกำหนดสเปกที่ Class 2 เพราะวัตถุดิบเป็นแป้งแห้ง ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์สัมผัสโดยตรง

ปัญหาที่เกิดขึ้นหลังเดินเครื่อง 4 เดือน: ท่อลำเลียงเกิดการอุดตันเป็นระยะ ผลการตรวจสอบพบว่าความชื้นในอากาศอัดสูงเกิน spec ของ Class 2 ทำให้แป้งจับตัวเป็นก้อนบริเวณข้อต่อ ทีมวิศวกรต้องปรับสเปกเป็น Class 1 สำหรับ humidity โดยเฉพาะ (ระบุ pressure dew point ≤ –20 °C) โดยคงอนุภาคและน้ำมันที่ Class 2 ไว้ตามเดิม

บทเรียน: กระบวนการที่ดูเหมือนไม่ต้องการอากาศสะอาดพิเศษ อาจมี sensitivity ต่อ humidity สูงกว่าที่คาดหากวัตถุดิบเป็นประเภท hygroscopic


Boundary Case 2: เครื่องมือลม (Pneumatic Tools) ในสายการประกอบ

โรงงานประกอบชิ้นส่วนยานยนต์ขนาดกลาง (TEACHING_SAMPLE — anonymized) ใช้เครื่องมือลมสำหรับขันน็อตและตัดแต่งชิ้นงาน ระบบเดิมใช้ Class 3 มานานกว่า 10 ปี ผู้จัดการโรงงานพิจารณาอัปเกรดเป็น Class 1 เพื่อรองรับ audit ของลูกค้า OEM จากญี่ปุ่น

ผลการประเมิน: เครื่องมือลมทั่วไปไม่ได้รับผลกระทบด้านประสิทธิภาพจาก Class 2 เทียบกับ Class 1 อย่างมีนัยสำคัญ เพราะน้ำมันในอนุภาคขนาดเล็กผ่านออกทางท่อทิ้งอยู่แล้ว การอัปเกรดเป็น Class 1 จึงเพิ่มต้นทุนระบบทำความสะอาดอากาศโดยไม่ได้ผลตอบแทนด้านกระบวนการชัดเจน

ข้อยกเว้น: หากสายการประกอบนั้นมีขั้นตอน painting หรือ coating ต่อเนื่อง การปนเปื้อนน้ำมันที่ Class 2 อนุญาต (≤ 0.1 mg/m³) อาจส่งผลต่อการยึดติดของสีหรือสารเคลือบ ในกรณีนี้ Class 1 หรือ Class 0 จึงเหมาะสมกว่า


Boundary Case 3: ระบบ Instrumentation Air ในโรงงานเคมี

ระบบ instrumentation air คืออากาศอัดที่ใช้ขับเคลื่อน pneumatic control valves, actuators และ sensors ในกระบวนการควบคุม (TEACHING_SAMPLE — anonymized จากโรงงานเคมีใน EEC) ข้อกำหนดมักระบุไว้ใน ISA-7.0.01 standard ซึ่งกำหนด dew point ที่ –40 °C หรือต่ำกว่า

เมื่อเทียบกับ ISO 8573-1 สเปกนี้ตรงกับ Class 2 สำหรับ humidity (pressure dew point ≤ –40 °C) แต่ข้อกำหนดน้ำมันของ ISA-7.0.01 อาจเข้มงวดกว่า Class 2 ในบางกรณีขึ้นกับ vendor ของ control valve

วิศวกรที่ออกแบบ instrumentation air จึงต้องตรวจสอบ ทั้ง ISO 8573-1 และ vendor spec ของ control system ก่อนกำหนด Class — ไม่ใช่แค่อ้าง ISO 8573-1 เพียงมาตรฐานเดียว


5 คำถามที่ช่วย Plant Engineer เลือก Class ได้ถูกต้อง

  1. ผลิตภัณฑ์สัมผัสอากาศอัดโดยตรงหรือไม่? — หากใช่ให้พิจารณา Class 1 หรือสูงกว่า; ถ้าเป็นเพียงเครื่องมือลมทั่วไปอาจใช้ Class 2-3 ได้
  2. วัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์ไวต่อความชื้นหรือไม่? — hygroscopic materials ต้องการ dew point ต่ำพิเศษ แม้ Class อื่นจะยืดหยุ่นได้
  3. มี regulatory requirement จากลูกค้าหรือมาตรฐานอุตสาหกรรมกำหนดไว้หรือไม่? — เช่น GMP, HACCP, FDA, ISA-7.0.01
  4. ระยะทางท่อและอุณหภูมิแวดล้อมเป็นอย่างไร? — ท่อยาวในสภาพแวดล้อมร้อนชื้นมีความเสี่ยงเรื่อง condensation สูงกว่า
  5. ต้นทุนการหยุดเครื่องจากการปนเปื้อนเทียบกับต้นทุนระบบทำความสะอาดอากาศอัดอยู่ที่เท่าไร? — ประเมิน risk-based เสมอ

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ISO 8573-1 Class

ความเข้าใจผิด 1: “Class ต่ำกว่า = ดีกว่าเสมอ” ไม่ถูกต้อง — Class 1 มีต้นทุนการกรองและการทำให้แห้งสูงกว่า Class 2 อย่างมีนัยสำคัญ การเลือก Class ควรใช้หลัก “fit for purpose” ไม่ใช่ “highest available”

ความเข้าใจผิด 2: “Class 0 คือ zero contamination” ไม่ถูกต้อง — Class 0 หมายถึงผู้ใช้กำหนดขีดจำกัดที่เข้มงวดกว่า Class 1 เอง ไม่ใช่ “ปลอดปนเปื้อนสมบูรณ์” ตามนิยามในมาตรฐาน

ความเข้าใจผิด 3: “Class เดียวสำหรับทั้งโรงงาน” ในความเป็นจริง โรงงานขนาดใหญ่มักมีหลาย Class ในระบบเดียวกัน — instrumentation air ใช้ Class 2 สำหรับ humidity แต่เครื่องมือลมทั่วไปใช้ Class 3 เพราะต้นทุนและความต้องการต่างกัน


FAQ

Q1: Class 1 กับ Class 2 ต่างกันในเรื่องน้ำมันอย่างไร? Class 1 กำหนด total oil ≤ 0.01 mg/m³ ส่วน Class 2 กำหนด ≤ 0.1 mg/m³ ต่างกัน 10 เท่า Class 1 จึงเหมาะกับกระบวนการที่น้ำมันปนเปื้อนส่งผลต่อคุณภาพผลิตภัณฑ์หรือกระบวนการโดยตรง

Q2: จำเป็นต้องใช้ oil-free compressor เพื่อให้ได้ Class 1 หรือไม่? การใช้ oil-free compressor เป็นวิธีที่น่าเชื่อถือกว่าสำหรับ Class 1 เพราะไม่มีแหล่งกำเนิดน้ำมันในระบบตั้งแต่ต้น อย่างไรก็ตาม compressor ที่ใช้น้ำมันสามารถทำได้ด้วยการกรองขั้นสูง แต่ต้องมีระบบตรวจสอบและบำรุงรักษาอย่างเข้มงวด

Q3: การทดสอบคุณภาพอากาศทำอย่างไร? การวัดและทดสอบคุณภาพอากาศอัดอ้างอิงมาตรฐาน ISO 8573 ชุดเดียวกัน โดยแต่ละ part กำหนดวิธีทดสอบเฉพาะ เช่น ISO 8573-2 สำหรับน้ำมัน ISO 8573-4 สำหรับอนุภาค

Q4: ควร certify Class ไว้ในสัญญาด้วยหรือไม่? แนะนำให้ระบุ Class requirement ใน purchase order หรือ service agreement อย่างชัดเจน พร้อมกำหนดความถี่การทดสอบและรายงานผล เพื่อให้มีหลักฐานสำหรับการ audit

Q5: ถ้าโรงงานอยู่ระหว่าง Class 1 กับ Class 2 ควรเลือกอย่างไร? ให้ประเมินจาก worst-case scenario ของกระบวนการ — หากการปนเปื้อนที่ระดับ Class 2 มีโอกาสส่งผลเสียต่อผลิตภัณฑ์หรืออุปกรณ์ให้เลือก Class 1 หากไม่มีหลักฐานชัดเจนว่า Class 2 ไม่เพียงพอและต้นทุนอัปเกรดสูง ให้ใช้ Class 2 พร้อมระบบ monitoring

Q6: AERZEN มีบริการตรวจสอบ Class ที่เหมาะสมสำหรับโรงงานหรือไม่? ทีม AERZEN Rental Thailand ให้คำปรึกษาด้านการเลือก Class ที่เหมาะสมกับกระบวนการผลิตของแต่ละโรงงาน พร้อมข้อมูลสเปกเครื่องและการออกแบบระบบ ติดต่อทีมวิศวกรรมผ่านช่องทางด้านล่าง


บทสรุป: เลือก Class ให้ “เหมาะ” ไม่ใช่ “สูง”

ISO 8573-1 Class 1 และ Class 2 มีขีดจำกัดที่ต่างกันชัดเจนในด้านน้ำมันและอนุภาค แต่ boundary case จริงมักซับซ้อนกว่าตาราง — ปัจจัย humidity, ระยะท่อ, ประเภทวัตถุดิบ และ regulatory requirement ล้วนมีผลต่อการตัดสินใจ

Plant Engineer ที่เข้าใจ nuance เหล่านี้สามารถออกแบบระบบอากาศอัดที่ตอบโจทย์กระบวนการได้อย่างแม่นยำ โดยไม่จำเป็นต้อง over-specify จนเพิ่มต้นทุนโดยไม่จำเป็น

AERZEN ออกแบบระบบอากาศอัดมาตั้งแต่ปี 1864 — ประสบการณ์กว่า 160 ปีในวิศวกรรมเยอรมันทำให้ทีมของเรามีความเชี่ยวชาญในการเลือก solution ที่เหมาะสมกับ boundary case ที่ซับซ้อน


ขอรับคำปรึกษาด้านเทคนิค

หากโรงงานของคุณกำลังทบทวนสเปก ISO Class หรือต้องการข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจ ทีมวิศวกรรม AERZEN Rental Thailand พร้อมให้คำปรึกษา

Rent a solution. Expect performance.


เกี่ยวกับผู้เขียน

Paradorn Wannasung สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทสาขา Marketing Communication และปฏิบัติงานด้านการตลาดและสื่อสารองค์กรที่ AERZEN Rental Thailand โดยมีความเชี่ยวชาญในการแปลข้อมูลทางวิศวกรรมและมาตรฐาน ISO ให้เป็นเนื้อหาที่ Plant Engineer และ Process Engineer เข้าถึงได้ บทความของ Paradorn มุ่งเชื่อมช่องว่างระหว่างความรู้ด้านวิศวกรรมกับการตัดสินใจเชิงธุรกิจในโรงงานอุตสาหกรรม

By Paradorn Wannasung · Master’s in Marketing Communication · AERZEN Rental Thailand


Person JSON-LD (สำหรับ Web Developer)


แหล่งอ้างอิง:

  1. ISO 8573-1:2010 — Compressed air — Part 1: Contaminants and purity classes. https://www.iso.org/standard/46591.html
  2. ISA-7.0.01-1996 — Quality Standard for Instrument Air. Instrument Society of America (ISA). https://www.isa.org/standards-and-publications/isa-standards/ (ใช้เป็น reference สำหรับ instrumentation air dew point requirement)
ภราดร วรรณสังข์ (Paradorn Wannasung)

✍️ เกี่ยวกับผู้เขียน

ภราดร วรรณสังข์ (Paradorn Wannasung)

Marketing Communication Specialist · นิเทศศาสตรมหาบัณฑิต (การสื่อสารการตลาดและแบรนด์)

ภราดร (Paradorn) เป็นผู้ดูแลด้านการสื่อสารการตลาดของ AERZEN Rental Thailand จบนิเทศศาสตรมหาบัณฑิต (การสื่อสารการตลาดและแบรนด์) เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรม B2B ในประเทศไทย มีประสบการณ์การสร้างแบรนด์และคอนเทนต์ในกลุ่มอุตสาหกรรมของไทย

ติดต่อ: pwa@aerzenrental.com · LinkedIn

24/7
Scroll to Top