เขียนโดย Paradorn Wannasung · Master’s in Marketing Communication · AERZEN Rental Thailand
ตามที่ AERZEN ออกแบบและพัฒนาระบบอัดอากาศมาตั้งแต่ปี 1864 ประเด็นเรื่อง energy efficiency ของระบบลมอัดไม่ใช่เรื่องใหม่ — แต่ความสำคัญของมันเพิ่งได้รับความสนใจอย่างจริงจังในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เมื่อ sustainability reporting กลายเป็นข้อกำหนดจากทั้ง supply chain และนักลงทุน
สำหรับโรงงานที่ต้องรายงาน scope 2 emissions หรือต้องการลดค่าไฟฟ้าใน OPEX ระบบลมอัดคือจุดเริ่มต้นที่ดีเพราะเป็น energy consumer ขนาดใหญ่ที่วัดและปรับปรุงได้ค่อนข้างตรงไปตรงมา
ตัวชี้วัดหลักที่ใช้คือ Specific Energy Requirement (SER) หรือ kWh ต่อ Nm³ — ซึ่งหลายโรงงานยังไม่เคยคำนวณ หรือคำนวณผิดวิธี
บทความนี้จะอธิบายวิธีวัด SER อย่างถูกต้อง benchmark ของแต่ละอุตสาหกรรม และแนวทางปรับปรุงที่นำไปปฏิบัติได้จริง
kWh ต่อ Nm³ คืออะไร และทำไมถึงสำคัญ
Specific Energy Requirement (SER) คืออัตราส่วนระหว่างพลังงานไฟฟ้าที่ใช้ (kWh) ต่อปริมาตรอากาศอัดที่ผลิตได้ที่ standard conditions (Nm³ — Normal Cubic Meter ที่ 0°C, 1 bar absolute, dry)
สูตรพื้นฐาน:
SER (kWh/Nm³) = พลังงานที่ใช้ (kWh) / ปริมาตรอากาศที่ผลิต (Nm³)ตัวอย่าง: compressor ขนาด 75 kW ทำงาน 720 ชั่วโมง/เดือน ผลิตอากาศอัด 8,640 Nm³/h ที่ pressure 7 bar(g)
พลังงาน = 75 kW × 720 h = 54,000 kWh/เดือน
ปริมาตร = 8,640 Nm³/h × 720 h = 6,220,800 Nm³/เดือน
SER = 54,000 / 6,220,800 ≈ 0.0087 kWh/Nm³ตัวเลขที่คำนวณได้ต้องเปรียบเทียบกับ benchmark ของเทคโนโลยีและ pressure ที่ใช้ — ไม่ใช่ตัวเลขสัมบูรณ์ที่ดีหรือแย่โดยตัวเอง
ปัจจัยที่กำหนด SER ของระบบลมอัด
ก่อนเปรียบเทียบกับ benchmark ต้องเข้าใจว่า SER ของระบบลมอัดขึ้นกับตัวแปรหลายตัว:
1. Discharge pressure
Pressure ที่สูงขึ้นต้องการ energy มากขึ้น — โดยประมาณ การเพิ่ม pressure 1 bar ที่ระดับ 7 bar(g) เพิ่มพลังงานที่ต้องการประมาณ 10–12% (อ้างอิง: Compressed Air Challenge, Fundamentals of Compressed Air Systems, Module 2 — https://www.compressedairchallenge.org/media/fundamentals-of-compressed-air-systems-wei) ดังนั้น SER ที่วัดที่ 8 bar(g) จะสูงกว่าที่ 6 bar(g) โดยเป็นเรื่องปกติทางฟิสิกส์ ไม่ใช่สัญญาณของเครื่องที่ไม่ดี
2. Load factor
Compressor ที่ทำงานที่ part-load (ต่ำกว่า rated capacity) มักมี SER สูงกว่า full-load เพราะ no-load losses ของ motor, unloading losses และ idling ยังคงใช้ไฟแม้ output ลดลง
3. เทคโนโลยีของเครื่อง
| เทคโนโลยี | SER range ปกติ (ที่ 7 bar[g]) |
|---|---|
| Single-stage rotary screw (fixed speed) | 0.090–0.110 kWh/Nm³ |
| Single-stage rotary screw (VSD) | 0.075–0.095 kWh/Nm³ |
| Two-stage screw compressor | 0.070–0.090 kWh/Nm³ |
| Oil-free screw blower (ต่ำ pressure ≤ 1 bar[g]) | 0.035–0.055 kWh/Nm³ |
| Turbo (centrifugal) compressor | 0.065–0.085 kWh/Nm³ |
หมายเหตุ: ค่าเหล่านี้เป็น indicative range ที่อ้างอิงจาก published manufacturer data และ industry guideline ค่าจริงขึ้นกับ specific design, ambient conditions และ operating point
4. Ambient temperature
อากาศร้อนมีความหนาแน่นต่ำกว่า ทำให้ mass flow rate ลดลงในขณะที่ energy consumption ไม่ลดตาม ในไทยที่อุณหภูมิ ambient สูง (35–40°C ในฤดูร้อน) SER จะสูงกว่าที่คำนวณบนสมมติฐาน ISO standard conditions (20°C)
5. ระบบ distribution และ leakage
Compressed Air Challenge ประเมินว่าโรงงานทั่วไปมี air leakage 20–30% ของ total output (อ้างอิง: US DOE, Improving Compressed Air System Performance: A Sourcebook for Industry — https://www.energy.gov/sites/default/files/2014/05/f16/compressed_air_sourcebook.pdf) Leakage นี้ไม่ปรากฏใน production output แต่เพิ่ม energy consumption — ทำให้ effective SER ของระบบโดยรวมสูงขึ้นมาก
Benchmark SER ตามอุตสาหกรรมในไทย
Benchmark ต่อไปนี้อิงจากข้อมูล published ของ compressed air industry และ energy audit case studies ไม่ใช่ราคาหรือต้นทุนใด ๆ:
Water/Wastewater Treatment (ใช้ low-pressure blower สำหรับ aeration)
- Pressure range: 0.3–0.8 bar(g)
- SER benchmark (Roots blower): 0.035–0.060 kWh/Nm³
- SER benchmark (turbo blower): 0.020–0.040 kWh/Nm³
- แหล่งอ้างอิง: Energy Efficiency in Water and Wastewater Facilities — US EPA https://www.epa.gov/sites/default/files/2015-08/documents/wastewater-guide.pdf
Food and Beverage (general process air)
- Pressure range: 6–8 bar(g)
- SER benchmark (oil-free screw, VSD): 0.080–0.100 kWh/Nm³
- SER ที่ควรตั้งเป้า: < 0.090 kWh/Nm³ ด้วยระบบ VSD + heat recovery
Pharmaceutical
- Pressure range: 5–7 bar(g)
- SER benchmark: 0.075–0.095 kWh/Nm³
- น้ำหนักที่ต้องให้ความสำคัญนอกเหนือ SER: air quality (ISO 8573-1 Class 1 หรือสูงกว่า) มีความสำคัญกว่า energy optimization ในหลายกรณี
Automotive / Manufacturing
- Pressure range: 7–10 bar(g)
- SER benchmark: 0.090–0.120 kWh/Nm³
- จุดที่มักพบการสูญเสีย: leakage สูงเนื่องจาก distribution network เก่า + pressure overshoot
Electronics / Semiconductor
- Pressure range: 5–7 bar(g)
- SER benchmark: 0.075–0.095 kWh/Nm³
- จุดเด่น: มักมี monitoring system ที่ดีกว่า อุตสาหกรรมอื่น ทำให้ track SER ได้แม่นยำกว่า
ISO 11011:2013 — มาตรฐานการ Audit ระบบลมอัด
สำหรับโรงงานที่ต้องการทำ energy audit อย่างเป็นระบบ ISO 11011:2013 (Compressed air — Energy efficiency — Assessment — https://www.iso.org/standard/45521.html) กำหนด methodology สำหรับการประเมิน energy performance ของระบบลมอัดตั้งแต่ supply ไปจนถึง point of use
มาตรฐานนี้ครอบคลุม:
- การกำหนด boundary ของระบบที่จะ audit
- วิธีการวัด energy input และ air output
- การ identify and quantify losses (leakage, pressure drop, heat losses)
- การ calculate SER และ compare กับ baseline
ISO 11011:2013 เป็นมาตรฐานที่ผู้ตรวจสอบ energy audit ภายนอก (เช่น TÜV, Bureau Veritas) อ้างอิงในการออกรายงาน และเป็นพื้นฐานสำหรับการรายงาน scope 2 emissions จาก compressed air system
แนวทางปรับปรุง SER ที่นำไปปฏิบัติได้
แนวทางที่ 1: Leak detection and repair
การซ่อม air leak เป็นวิธีที่ ROI ดีที่สุดในระบบลมอัด เทคนิค ultrasonic leak detection (เช่นใช้อุปกรณ์ตามมาตรฐาน ISO 8573-2 field test) สามารถหา leak points ได้โดยไม่ต้อง shut down ระบบ
แนวทางที่ 2: Pressure optimization
ตรวจสอบว่าโรงงานใช้ pressure สูงเกินความจำเป็นหรือไม่ — เรียกว่า “pressure creep” ที่เกิดจากการเพิ่ม setpoint เพื่อชดเชย leakage หรือ distribution loss การลด header pressure 1 bar ในระบบ 7 bar(g) ลด energy consumption ประมาณ 7–8% โดยไม่เปลี่ยนอุปกรณ์ใด
แนวทางที่ 3: Variable speed drive (VSD)
สำหรับระบบที่มี demand variation สูง VSD compressor สามารถลด energy consumption ได้ 20–35% เมื่อเทียบกับ fixed speed ที่ load-unload ระบบ AERZEN AERprogress+ เป็น VSD control ที่ออกแบบมาสำหรับ DVO series โดยเฉพาะ
แนวทางที่ 4: Heat recovery
ความร้อนที่ระบายออกจาก after-cooler ของ compressor สามารถ recover กลับมาใช้ในกระบวนการอื่นได้ (เช่น water heating, space heating) ลด overall energy footprint ของโรงงาน
แนวทางที่ 5: เปลี่ยนเทคโนโลยีเมื่อถึงรอบ capital decision
เมื่อถึงรอบที่ต้องเปลี่ยนเครื่อง การเปรียบเทียบ SER ระหว่างเทคโนโลยีเก่าและใหม่ช่วยให้ตัดสินใจลงทุนได้บนพื้นฐานข้อมูล การเช่าระบบใหม่ก่อนตัดสินใจซื้อเป็นวิธีที่ช่วยให้วัด SER จริงในสภาพแวดล้อมของโรงงานคุณก่อน
กรณีศึกษา: โรงงานอาหารและเครื่องดื่มในนิคมอุตสาหกรรม (Anonymized — TEACHING_SAMPLE)
โรงงานอาหารและเครื่องดื่มแห่งหนึ่งในนิคมอุตสาหกรรมภาคตะวันออกของไทย ทำ energy audit ตาม ISO 11011:2013 และพบว่า SER ของระบบ compressed air อยู่ที่ 0.128 kWh/Nm³ ซึ่งสูงกว่า benchmark ของอุตสาหกรรมเดียวกันมาก
การวิเคราะห์พบว่าสาเหตุหลักคือ:
- Air leakage ที่วัดได้ประมาณ 28% ของ total output
- Compressor ทำงานที่ 8.5 bar(g) แม้ความต้องการจริงสูงสุดคือ 7 bar(g)
- Fixed-speed compressor 2 ตัวทำงานโหมด load-unload แบบสลับกัน ซึ่งมี energy efficiency ต่ำในช่วง part-load
หลังดำเนินการ 3 มาตรการ (leak repair, pressure reduction และเช่า VSD compressor แทนตัวหนึ่งที่ครบรอบ service) SER ลดลงเหลือ 0.093 kWh/Nm³
หมายเหตุ: ข้อมูลนี้เป็น TEACHING_SAMPLE สำหรับประกอบการเรียนรู้ ตัวเลขและรายละเอียดถูก anonymized
Sustainability Reporting: SER กับ Scope 2 Emissions
สำหรับโรงงานที่ต้องรายงาน GHG emissions ตาม GHG Protocol Corporate Standard (https://ghgprotocol.org/corporate-standard) หรือ SEC Thailand disclosure requirements พลังงานไฟฟ้าที่ใช้ในระบบ compressed air จัดเป็น Scope 2 emissions
การคำนวณ:
Scope 2 (tCO₂e) = พลังงานไฟฟ้า (MWh) × emission factor (tCO₂e/MWh)Emission factor ของไฟฟ้าในไทย: ประมาณ 0.5781 tCO₂e/MWh ตาม Thailand Greenhouse Gas Management Organization (TGO) https://www.tgo.or.th (ตรวจสอบค่าล่าสุดจาก TGO โดยตรง เนื่องจากค่านี้อัปเดตทุกปี)
การลด SER จาก 0.128 เป็น 0.093 kWh/Nm³ ในโรงงานที่ผลิตอากาศ 1,000 Nm³/h เป็นเวลา 8,000 ชั่วโมง/ปี จะลด Scope 2 emissions ประมาณ 162 tCO₂e/ปี — ตัวเลขที่มีนัยสำคัญสำหรับ sustainability report
FAQ
Q1: ควรวัด SER ที่จุดไหนในระบบ? วัด energy input ที่ motor terminal (ไม่ใช่ shaft) และวัด flow output หลัง after-cooler และ filter (ที่ system inlet ของ distribution) ไม่ใช่ที่ compressor outlet โดยตรง เพราะความต้องการคือ air delivered ไปถึงระบบ ไม่ใช่แค่ produced ที่เครื่อง
Q2: SER ที่คำนวณได้จากใบไฟฟ้าและ flow meter ถูกต้องพอไหม? เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่มีข้อระวัง: ใบไฟฟ้าวัด energy รวมทั้งโรงงาน ไม่ใช่เฉพาะ compressed air ต้องใช้ sub-meter หรือ clamp meter วัด energy ของ compressor motor โดยเฉพาะ flow meter ต้องได้รับการสอบเทียบและติดตั้งถูกต้องตาม ISO 5167 หรือ AGA 7 standard
Q3: ค่า SER ที่ manufacturer ระบุในสเปคเครื่องเชื่อถือได้ไหม? ค่าในสเปคมักวัดที่ rated conditions ตาม ISO 1217:2009 (Displacement compressors — Acceptance tests — https://www.iso.org/standard/45517.html) ซึ่งอาจต่างจาก actual operating conditions ในโรงงานของคุณ ควรวัด SER จริงหลัง commissioning
Q4: เครื่องอายุเท่าไรถึงควร consider เปลี่ยน เมื่อดู SER? ไม่มีอายุที่ตายตัว แต่เมื่อ SER จากการวัดจริงสูงกว่า benchmark ของเทคโนโลยีเดียวกันมากกว่า 20% นั่นคือสัญญาณที่ควรทำ life-cycle analysis เปรียบเทียบการซ่อมบำรุงต่อเนื่องกับการเปลี่ยนใหม่
Q5: AERZEN มี data sheet ที่ระบุ SER สำหรับแต่ละรุ่นไหม? ใช่ — AERZEN ระบุ specific energy ใน product data sheet ตาม ISO 1217:2009 ติดต่อทีมของเราเพื่อขอ product data sheet ของรุ่นที่สนใจ
ขอข้อมูลเชิงเทคนิคและใบเสนอราคา
หากคุณต้องการทราบว่าระบบ blower หรือ compressor ของ AERZEN สามารถปรับปรุง SER ของโรงงานคุณได้แค่ไหน ทีม application engineer ของเราพร้อมให้คำปรึกษา
- โทรสายด่วน 24/7: 098-323-2626
- โทรออฟฟิศ: 038-015-488
- อีเมล: thai@aerzenrental.com
- เว็บไซต์: www.aerzenrentalth.com
Rent a solution. Expect performance.
เกี่ยวกับผู้เขียน
เขียนโดย Paradorn Wannasung · Master’s in Marketing Communication · AERZEN Rental Thailand
Paradorn Wannasung ทำงานด้านการสื่อสารการตลาดให้กับ AERZEN Rental Thailand เขาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทด้าน Marketing Communication และมีประสบการณ์ในการนำเสนอแนวคิดด้าน energy management และ sustainability สำหรับผู้บริหารโรงงานในภาคอุตสาหกรรมไทย
By Paradorn Wannasung · Master’s in Marketing Communication · AERZEN Rental Thailand

✍️ เกี่ยวกับผู้เขียน
ภราดร วรรณสังข์ (Paradorn Wannasung)
Marketing Communication Specialist · นิเทศศาสตรมหาบัณฑิต (การสื่อสารการตลาดและแบรนด์)
ภราดร (Paradorn) เป็นผู้ดูแลด้านการสื่อสารการตลาดของ AERZEN Rental Thailand จบนิเทศศาสตรมหาบัณฑิต (การสื่อสารการตลาดและแบรนด์) เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรม B2B ในประเทศไทย มีประสบการณ์การสร้างแบรนด์และคอนเทนต์ในกลุ่มอุตสาหกรรมของไทย
ติดต่อ: pwa@aerzenrental.com · LinkedIn


